บันทึกของนายวิมุติ
บุรีรัมย์ สามวัน สามรส 9-11 ธันวาคม 2549
9-11 ธันวาคม 2549
1
2
3
11
ธันวาคม
2549
เช้าวันรุ่งขึ้นผมเก็บของออกจากรีสอร์ทแต่เช้าตรู่
จ้างมอเตอร์ไซค์ให้มาส่งที่แยกตะโกแค่
20
บาท
ใกล้นิดเดียว
แยกนี้เป็นทางผ่านของรถโดยสารระหว่างจังหวัดหลายสาย
รู้งี้ตอนขามาจากระยอง
น่าจะมาลงที่โคราช
แล้วนั่งรถบัสจากโคราชมาลงที่ตะโกแล้วต่อรถไปพนมรุ้งจะง่ายกว่าไปลงที่บุรีรัมย์ตั้งเยอะ
จากบุรีรัมย์มาพนมรุ้งเสียค่าใช้จ่ายเป็นร้อยเลย
วันนี้เป็นวันเที่ยวดูนกครับ
บุรีรัมย์มีอ่างเก็บน้ำสำคัญที่เหมาะสำหรับดูนกสามอ่างอยู่ใกล้
ๆ
กัน
นั่นคืออ่างเก็บน้ำสนามบิน
อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก
และอ้างเก็บน้ำห้วยตลาด
นกที่พบที่นี่ไม่ใช่ธรรมดา
มีรายงานนกหายากหลายชนิด
อ่างเก็บน้ำทั้งสามอยู่ในรายการที่ต้องเที่ยวของผมมานานแล้ว
แต่ไม่มีโอกาสเสียที
พอรู้ว่ามีมาราธอน
จึงถือโอกาสมาเที่ยวเสียเลย
ด้วยเหตุนี้ผมจึงพกกล้องพกขากล้องมาเสียพะรุงพะรัง
มีทั้งสโคปส่องนก
กล้องฟิล์ม
กล้องดิจิทัล
มาครบ
แต่ดันลืมกล้องสองตาไว้ที่บ้าน
มานึกได้ตอนอยู่บนรถทัวร์
นั่งรถบัสมาลงที่สถานีขนส่งประโคนชัย
กินก๋วยเตี๋ยวแถวนี้แล้วก็เดินทางต่อ
ผมนั่งรถมอไซค์มาลงที่อ่างเก็บน้ำแห่งแรก
อ่างเก็บน้ำสนามบิน
อยู่เหนือตัวอำเภอประโคนชัยแค่ไม่กี่กิโลเมตร
พอเดินเข้ามาได้ไม่กี่ก้าวก็ชอบที่นี่แล้ว
ภายในร่มรื่น
มีการจัดเป็นแหล่งอนุรักษ์นกและศึกษาธรรมชาติโดยเฉพาะ
เจ้าหน้าที่ทักทายต้อนรับอย่างเป็นกันเองตามประสาคนบ้านนอก
จากถนนใหญ่เข้ามาไม่ถึงร้อยเมตรก็เห็นบึงแรกแล้ว
มีเป็ดอยู่มากมาย
ส่วนใหญ่เป็นเป็ดแดง
นอกนั้นก็มีเป็ดคับแค
เป็ดลาย
นกอีโก้ง
นกพริก
และนกอีล้ำ
ที่นี่เขามีศาลาชมนกให้หลายหลัง
ทำให้ดูนกได้สบาย
ๆ
ถ้าไม่ห่วงว่ากล้องจะหายก็คงงีบตรงศาลาแรกสักงีบแล้ว
หลังจากนั้นก็ย้ายที่ไปดูบนหอดูนก
เขาทำเป็นหอสูงสามชั้น
มองเห็นได้ไกลลิบ
อยู่บนนี้จึงได้รู้ว่าอ่างเก็บน้ำที่นี่พื้นที่กว้างขวางจริง
ๆ
หากมาในฤดูฝนคงจะเห็นท้องน้ำเวิ้งว้างที่เต็มไปด้วยนกน้ำบินกันให้ว่อนเป็นแน่
แต่ช่วงนี้น้ำแล้ง
พื้นที่ส่วนใหญ่จึงเป็นทุ่งหญ้า
มีแอ่งน้ำกระจัดกระจายอยู่ไกล
ๆ
แต่ก็เห็นนกไม่น้อย
นกยางโทนใหญ่
นกกระสานวล
นกกระสาแดง
มีมากอย่างละเป็นร้อยตัว
เห็นมากกว่าที่เขาสามร้อยยอดเสียอีก
เจ้าหน้าที่บอกว่า
ถ้าจะดูนกถนัด
ๆ
ต้องไปอีกซีกถนน
แต่ดูแล้วสงสัยจะไปไม่ไหว
ไกลไปหน่อย
รถราก็ไม่มี
ขอผัดไปโอกาสหน้าดีกว่า
ถึงตอนนี้แบตเตอรี่กล้องทำท่าจะหมดเสียแล้วครับ
น่าเสียดายที่ไม่ได้เอาที่ชาร์จมาด้วย
ประมาทไปหน่อย
เพราะคิดว่าชาร์จมาจากบ้านก็พอ
ผมคงถ่ายภาพตอนกลางคืนหลายใบตอนก่อนวิ่ง
แบตจึงหมดเร็วกว่าที่คิด
ภาพหลังจากนี้ก็ไม่ค่อยมีแล้วครับ
ถ่ายใบนึงก็ต้องพักหลายนาที
ผมออกจากอ่างสนามบินราวบ่ายกว่า
ตั้งใจจะนั่งรถโดยสารไปอ่างห้วยตลาดอีกแห่งหนึ่ง
ไม่น่าจะยากเพราะอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน
แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีรถโดยสารมาเลย
โบกรถทั่วไปเขาก็ไม่รับ
นี่มันอะไรกันเนี่ย
ยืนตากแดดอยู่หนึ่งชั่วโมงเต็มก็ตัดสินใจนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปที่ประโคนชัยอีกครั้ง
เพื่อที่จะไปนั่งรถโดยสารที่สถานีขนส่ง
พอไปถึงจึงได้รู้ว่าช่วงบ่ายแทบไม่ค่อยมีรถไปบุรีรัมย์
กว่าจะมีอีกคันนึงก็เย็นแล้ว
จึงตัดสินใจนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกครั้ง
คราวนี้เหมาทั้งวันจนถึงไปส่งขึ้นรถทัวร์บุรีรัมย์เลย
พอมาถึงอ่างห้วยตลาด
ก็ต้องผิดหวังอย่างแรง
ที่นี่น้ำมากอุดมสมบูรณ์
เพราะเพิ่งผ่านการขุดลอกและทำตลิ่งอย่างดี
กลายเป็นอ่างน้ำลึก
เนื่องจากตลิ่งธรรมชาติสูญหายไป
นกน้ำก็หายไปด้วย
ผมแทบไม่เห็นนกอะไรที่นี่เลย
คนขับรถมอเตอร์ไซค์ถามชาวบ้านแถวนั้นได้ความว่า
เขาทำตลิ่งใหม่ได้จะปีนึงแล้ว
พอทำเสร็จนกก็หายไปเลย
และยังบอกอีกว่าพอสิ้นปีนี้ก็จะขุดลอกที่อ่างฯ
สนามบินด้วย
เอาละสิ
แล้วนกจะไปอยู่ไหนล่ะเนี่ย
โชเฟอร์มอเตอร์ไซค์แสนดีพาผมข้ามถนนลัดเลาะไปอีกอ่างหนึ่ง
นึ่นคืออ่างห้วยจรเข้มาก
ซึ่งยังอยู่ในสภาพธรรมชาติดีอยู่
ที่นี่นกดีทีเดียว
นกเด่นของอ่างนี้คือนกคู้ต
แต่เวลานั้นยังไม่ถึงฤดูกาลอพยพ
เป็ดเมืองหนาวยังไม่มา
มีแต่นกแบบเดียวกับที่พบในอ่างฯ
สนามบิน
เส้นทางในห้วยจรเข้มากค่อนข้างซับซ้อน
โชคดีที่โชเฟอร์เป็นคนในท้องที่
จึงพาซอกซอนไปไหนมาไหนได้
แถมยังเป็นล่ามคอยสอบถามชาวบ้านได้ว่าบริเวณไหนนกดีไม่ดีอย่างไร
คนที่บุรีรัมย์นี่เก่ง
ส่วนใหญ่จะพูดได้ถึงสี่ภาษา
ทั้งไทย
ลาว
เขมร
และส่วย
บริเวณรอบอ่างที่นี่เป็นทุ่งนาและสวนของชาวบ้าน
เมื่อตกเย็น
ผมเห็นคุณป้ากลุ่มหนึ่งเดินหอบเครื่องมือเครื่องไม้เดินเรียงกันเป็นทิวแถว
คงกำลังเดินกลับบ้านหลังจากทำงานในนา
ทุกคนร้องเพลงพื้นบ้านประสานกันอย่างมีความสุข
ภาพที่เห็นทำให้ผมปลาบปลื้มเสียเป็นกำลัง
เพราะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การจัดฉากถ่ายทำภาพยนต์
ไม่ใช่การถ่ายทำสารคดี
แต่นี่เป็นของจริง
อารมณ์จริง
ความรู้สึกจริง
มันให้ความรู้สึกต่างจากการพวกร้องเพลงอวดนักท่องเที่ยวอย่างที่ผมเห็นเคยมาหลายครั้งที่เมืองจีน
มันทำให้ผมความสุขจริง
ๆ
และคงจะเป็นความประทับใจที่จะติดอยู่ในความทรงจำได้ยาวนานกว่าเรื่องใดในการเดินทางครั้งนี้
1
2
3
เผยแพร่ : 23 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 ต.ค. 68