นายวิมุติ บันทึกการเดินทางของนายวิมุติ โลกสีเขียว หลาน สหายลาดกระบัง

หวงหลง จิ่วจ้ายโกว เฉิงตู

15-22 ตุลาคม 2549



22 ตุลาคม 2549


เช้านี้ผมตื่นมาตั้งแต่หกโมงกว่า เข้าไปเดินดูในสวนสาธารณะที่ไปเมื่อวาน เพราะอยากจะไปดูกลุ่มไท้เก๊กว่ามีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่เห็นเมื่อวานบ้าง เมื่อวานเราเข้าไปตั้งเก้าโมงเช้า จึงเห็นอะไรไม่มากนัก ไปถึงประตูหน้าเวลา โมงตรง ได้เวลาสวนเปิดพอดี ยังเช้าอยู่จึงเข้าฟรีไม่เสียตังค์

สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นก็คือกลุ่มไท้เก๊กใหญ่ที่เห็นเมื่อวานกลับไม่เห็น หรือว่าเขาหยุดวันอาทิตย์ก็ไม่รู้สิ แต่มีกลุ่มไท้เก๊กกลุ่มอื่นอีกหลายกลุ่มอยู่ในบริเวณนั้น บางกลุ่มฝึกแบบไท้เก๊กมาตรฐาน 24 ท่า แต่ก็มีอีกหลายกลุ่มที่ฝึกสูตรไหนก็ไม่รู้ ดูไม่ออก แต่เป็นไท้เก๊กตระกูลหยางทั้งหมด นอกจากมวยไท้เก๊กก็มีกระบี่และพัดบ้าง แต่ไม่มากเท่ามวย

นอกจากคนออกกำลังกายแบบไท้เก๊กแล้ว กีฬาและกิจกรรมประเภทอื่นก็มีบ้าง อย่างลีลาศ ตีแบต วิ่ง เดินเร็ว แต่พวกไท้เก๊กจะมากที่สุด

เป็นที่น่าสังเกตว่าคนที่มาออกกำลังกายทั้งหมดคือคนวัยกลางคนขึ้นไปจนถึงคนแก่ หาหนุ่มสาวที่จะอายุน้อยกว่า 35 ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว ไม่รู้หายไปไหนกัน 











หลังจากนั้นก็กลับมาโรงแรมเช็กเอาต์ ฝากของไว้แล้วก็ออกมาเที่ยวกันต่อ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เมืองจีนแล้ว เราจะไปย่านช๊อปปิ้งสไตล์สยามกัน แต่ต้องนั่งรถเมล์ไป

เราเข้าห้างนู้นออกห้างนี้จนจำไม่ได้ว่าซื้ออะไรจากที่ไหนมาบ้าง ถ้าไปที่นั่นอีกทีก็จำไม่ได้ ผมได้หนังสือ Sichuan English Guide มาเล่มนึง หนังสือกีตาร์คลาสสิคไปฝากพันธุ์ศักดิ์อีกเล่มนึง ซีดีอีกนิดหน่อย ซีดีดนตรีคลาสสิกมีเยอะและถูก แต่ไม่ค่อยอยากหยิบเพราะรำคาญกับการสะกดคำฝรั่งแบบผิด ๆ บนปก ไม่รู้ทำไม ทีก๊อปซีดีแบบเหมือนเปี๊ยบทำได้ แต่ตรวจคำสะกดนิดหน่อยทำไม่ได้ วันนี้จึงหยิบเพลงจีนมาแค่แผ่นเดียวเอง





แสดงอะไรก็ไม่รู้ ดูเหมือนเป็นการโปรโมตมือถือใหม่


รีดลงอีกสักสามสี่กิโลจะดูดีกว่านี้นะ


แผงขนมไทย โปรดสังเกตชื่อฝรั่ง เขาสะกดว่า "DESSERD!"














เยาวชนจีนปัจจุบัน อ้วนท้วนสมบูรณ์เสียส่วนใหญ่ พวกผอมเพรียวหายาก












เข้าแถวรอรถเมล์ ระเบียบที่หาดูได้ยากในเมืองจีน


เครื่องบินกลับเมืองไทยเที่ยวบิน CA-401 ออกบินเที่ยงคืนห้าสิบ เราเหลือเวลาอีกร่วมหกชั่วโมง แต่ไม่มีอะไรจะทำอีกแล้ว จึงกลับไปที่จิ๋นหลี่อีกครั้ง นั่งกินขนมชมแสงสีอีกจนสามทุ่มกว่าจึงไปกลับเอากระเป๋าที่โรงแรมแล้วเดินทางไปสนามบิน



ช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดของการเดินทางก็มาถึงอีกครั้ง เพราะจะได้กลับบ้านเสียที ห่างบ้านมาแปดวันแล้ว คิดถึงกระเพราไก่ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาร้า ข้าวเหนียวส้มตำ ฯลฯ อีกครั้งแล้วที่เราจะได้พบกับประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดของการเดินทาง ซึ่งก็คือ ได้รับรู้ว่าการได้กลับบ้านมีความสุขเพียงใด



รอของที่สุวรรณภูมิ โชคดีที่ได้ของครบ

เผยแพร่ : 30 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 พ.ย. 68