บันทึกของนายวิมุติ
หวงหลง จิ่วจ้ายโกว เฉิงตู
15-22 ตุลาคม 2549
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
18
ตุลาคม
2549
ฝนเมื่อคืนนี้ไม่ใช่ฝนธรรมดาเลย
เพราะยิ่งดึกก็ยิ่งหนัก
ตอนเข้านอนเที่ยงคืนกว่าก็ยังตก
ตื่นมาตีสี่กว่าก็ยังตก
ตื่นเช้ามาอีกที
6
โมงจึงเห็นว่าหยุดตกแล้ว
เช้าวันนี้จึงดูชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
ที่ต้องตื่นเช้าเพราะวันนี้เราต้องเดินทางออกจากจิ่วจ้ายโกวแล้ว
เป้าหมายคือที่หมี่ย่าหลัว
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่ง
แต่ต้องนั่งรถโดยสารประจำทางจากจิ่วจ้ายโกวไปเมืองเหวินชวนก่อนแล้วค่อยต่อรถอีกทีหนึ่ง
แล้วรถไปเหวินชวนก็มีแค่วันละเที่ยวเท่านั้น
จึงต้องตื่นเช้าอย่างไม่มีทางเลือก
เส้นทางวันนี้ต้องไต่ขึ้นที่สูงข้ามเขาไป
ดังนั้นแม้เวลายิ่งสายแต่อากาศกลับยิ่งหนาว
แต่ความหนาวนี้นำของแถมที่ไม่คาดฝันมาด้วย
หลังจากเดินทางมาได้ราวชั่วโมงหนึ่งก็ผ่านท้องที่ที่วิวสวยไม่แพ้ในจิ่วจ้ายโกวแถมมีหิมะปกคลุม
ดูแล้วน่าจะตกเมื่อคืนนี้เอง
ผู้โดยสารบนรถซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนกวางตุ้งหรือฮ่องกงที่ไม่เคยเห็นหิมะเหมือนกันต่างตื่นเต้นกันใหญ่
ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันแต่เก็บอาการไว้ทำฟอร์มว่าเห็นบ่อย
ผู้โดยสารหลายคนทนไม่ได้ควักกล้องออกมาถ่ายจากบนรถ
ผมก็เอาด้วยคน
หลังจากวิ่งอยู่ดงหิมะไปได้สักสิบกว่านาที
คนขับรถคงทนเสียงฮือฮาไม่ไหว
จอดรถให้ผู้โดยสารลงไปถ่ายรูปสัมผัสหิมะได้
บอกให้เวลาแค่
7
นาที
ถ่ายจากบนรถ
เต็มที่ได้แค่นี้
พอมาถึงเมืองเหวินชวนก็ต้องเหมาแท็กซีเพื่อเตรียมไปหมี่ย่าหลัว
ฟังดูเหมือนเป็นชื่ออาหาร
แต่หมี่ย่าหลัวเป็นชื่อเมือง
จุดท่องเที่ยวคือป่าไม้ริมทางยาวหลายสิบกิโลเมตรที่นำไปสู่เมืองนี้
เป็นป่าเมืองหนาวที่สวยงามมากโดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง
เพราะใบไม้จะเปลี่ยนสีทั้งป่า
มองไปจะมีทั้งสีเขียว
เหลือง
ส้ม
แดง
สวยแสบตาไปทั้งแนวถนน
ตามแผนที่วางไว้
เราจะไปถึงหมี่ย่าหลัวในเย็นนี้และพักค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน
แล้ววันรุ่งขึ้นจะเดินทางเก็บวิวข้างทางของหมี่ย่าหลัวย้อนกลับมาพักตอนกลางคืนที่เมืองหลี่เซี่ยน
การเดินทางในเย็นนี้เราต้องผ่านเหมืองหลี่เซี่ยนก่อน
จึงควรถือโอกาสจองโรงแรมสำหรับคืนพรุ่งนี้เสียเลย
แต่ข้อมูลที่ได้รับจากพนักงานโรงแรมกลับไม่ค่อยดีนัก
เขาว่า
ตอนนี้ป่าที่หมี่ย่าหลัวยังไม่แดงเลย
แถมสภาพแวดล้อมและทิวทัศน์ทั่วไปก็เสื่อมโทรมลงอย่างมากเพราะมีการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า
แผนของเราจึงต้องเปลี่ยน
คืนนี้จะพักที่หลี่เซี่ยนเสียเลย
แล้วพรุ่งนี้ค่อยหาที่เที่ยวที่อื่นแทน
หมี่เหม่ออะไรไม่ต้องไปมันแล้ว
โรงแรมที่พักในเมืองหลี่เซี่ยน
เกรดครึ่งดาว
บรรยากาศค่อนข้างวังเวง
สำหรับเวลาที่เหลืออีกหลายชั่วโมงในเมืองหลี่เซี่ยนก่อนค่ำ
เราฆ่าเวลาด้วยการเดินเล่นในเมือง
ซึ่งดูเหมือนเมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่มีอะไรให้เที่ยวเลย
เดินอีเหลื่อยเฉื่อยแฉะไปอย่างนั้น
มีเขาเล็ก
ๆ
ที่มีป่าครึ้มอยู่ใกล้เมืองก็ลองไปเดินดู
แต่เดินไปเดินมาก็หาทางขึ้นไปข้างบนไม่ได้
ต้องเดินกลับ
ลัดผ่านกองขยะชานเมืองและส้วมคนงานลงมา
สรุปว่าเย็นนี้เหม็นฟรี
แวะซื้อผลไม้ในตลาดไปกินคืนนี้
หิ้วกันเยอะแยะ
ราคาแค่
60
บาทไทย
แต่รสชาติน่าผิดหวัง
มีส้มอย่างเดียวที่อร่อย
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
เผยแพร่ : 30 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 พ.ย. 68