นายวิมุติ บันทึกการเดินทางของนายวิมุติ โลกสีเขียว หลาน สหายลาดกระบัง

หวงหลง จิ่วจ้ายโกว เฉิงตู

15-22 ตุลาคม 2549



นั่งรถมาไม่นานก็ถึงอุทยานหวงหลง ที่มีจุดเด่นที่บ่อน้ำธรรมชาติสีสันสวยงาม เส้นทางท่องเที่ยวภายในเป็นการเดินตามเส้นทางขนาบลำธารชื่นชมกับป่าไม้และบ่อน้ำสีมรกต เส้นทางเดินราว 3.5 กิโล และเป็นการเดินขึ้นเขา จึงเมื่อยเอาการ แถมยังมีอาการวิงเวียนจากการมาอยู่ในบริเวณที่อากาศเบาบางโดยไม่มีเวลาปรับตัวเลย ยิ่งกว่านั้นก่อนหน้านี้ยังนอนน้อยมาสองคืนติด การท่องเที่ยววันแรกจึงออกจะทรมานไม่ใช่เล่น ความจริงมีกระเช้าให้นั่งด้วย แต่เรื่องอะไรจะนั่ง เดินถ่ายรูปมันกว่าเป็นไหน 

วันนี้แสงแดดพอมีบ้าง แต่ก็มีเมฆบังเป็นระยะ ที่น่าเจ็บใจก็คือตรงบ่อสุดท้ายปลายทางซึ่งสวยที่สุด ผมไปถึงที่นั่นก่อนพระอาทิตย์จะลับเขาหลายนาที แต่ดันมีเมฆบังเสียนี่ เปิดช่องให้แสงส่องถึงพื้นบาง ๆ เท่านั้นเอง



















































ท้องฟ้าวันนี้ก็ไม่ได้ครึ้มอะไร แต่ในช่วงเวลาที่น่าจะดีที่สุดในการถ่ายรูป เมฆเจ้ากรรมก้อนนี้กลับมาบังดวงอาทิตย์เกือบตลอดเวลา แถมแช่อยู่อย่างนั้นไม่ยอมไปไหนด้วย
















ที่นี่มีน้ำตกเล็ก ๆ แบบคาสเคดหลายแห่งที่น่าถ่ายภาพ แต่ฟิล์มที่ผมหอบมาในครั้งนี้เป็นฟิล์ม ISO 100 พุชเป็น 400 ทั้งหมด จึงเหมาะสำหรับถ่ายภาพความไวสูงเท่านั้น เรื่องจะเปิดหน้ากล้องนาน ๆ เพื่อถ่ายสายน้ำหรือน้ำตกอะไรนั่นจึงลืมไปได้เลย

ขาลงเราเริ่มเดินลงอีกฟากหนึ่งของลำน้ำ ขาลงนี้วิวสวยกว่าขาขึ้นเสียอีก น่าเสียดายที่ไม่มีแสงแดดอีกต่อไปแล้ว















พอออกจากหวงหลงก็ไปจิ่วจ้ายโกวต่อ แต่ยังต้องนั่งรถอีกหลายชั่วโมง ช่วงนี้ทิวทัศน์ข้างทางเป็นอย่างไรผมไม่รู้ เพราะหลับตลอด ตื่นปุ๊บก็ค่ำแล้ว ถึงเมืองจิ่วจ้ายโกวพอดี คนขับแท็กซี่ช่วยหาโรงแรมให้ ไม่นานก็ได้ที่พัก เป็นห้องสามคนกำลังเหมาะ 

เรากินอาหารค่ำคืนนี้ที่ร้านเล็ก ๆ ที่ข้ามถนนใหญ่มาจากโรงแรมซึ่งมีให้เลือกหลายร้าน มื้อนี้เป็นมื้อแรกที่กินอาหารเป็นเรื่องเป็นราว เพราะหนึ่งวันเต็มที่ผ่านมากินแต่ของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ กับขนมเท่านั้น เสฉวนเป็นที่ขึ้นชื่อว่าอาหารจัดจ้าน มีพริกหมาล่าเม็ดโตเป็นตัวเป็นตัวชูโรงสำคัญ อาหารเสฉวนจึงเผ็ดมากกว่าที่อื่นในเมืองจีน ดังนั้นมาถึงถิ่นของเผ็ดแล้วก็ต้องสั่งของเผ็ด แต่กินไปแล้วก็งั้น ๆ ถ้าดูด้วยตาก็น่าจะเผ็ด แต่พอตักเข้าปากแล้วจะไม่เผ็ด กลับทำให้ปากชาเสียมากกว่า กินไม่สนุกเหมือนพริกเมืองไทย จานหนึ่งเป็นเนื้อกระต่ายผัดพริก ก็อร่อยดี

ที่นี่เสิร์ฟข้าวในถังไม้ดูน่ากิน จานขวาคือเนื้อกระต่ายผัดพริก กะละมังซ้ายคือหม้อไฟปลาใส่พริกหมาล่า


เผยแพร่ : 30 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 พ.ย. 68