บันทึกของนายวิมุติ
แชงกรีลา ลี่เจียง คุนหมิง
15-21 ตุลาคม 2548
1
2
3
4
5
6
7
8
16
ตุลาคม
2548
เช้าวันนี้
เรามีนัดกับคนขับรถแท็กซี่
8
โมง
ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เราเรียกมาจากสนามบิน
หลังอาหารเช้าง่าย
ๆ
ที่ร้านประเภทเสี่ยวชือตรงข้ามโรงแรม
ด้วยปาท่องโก๋ฟุตลอง
กับหมั่นโถว
เมื่ออิ่มแล้วก็ออกเดินทางกัน
ปลายทางของวันนี้คือเมืองเต๋อชิน
สิ่งที่ต้องการไปดูก็คือภูเขาหิมะและธารน้ำแข็ง
ระยะทางราวร้อยกิโลเศษ
แต่เส้นทางคดเคี้ยวตลอด
และระหว่างทางมีจุดชมวิวให้แวะพักและถ่ายรูปตลอดทาง
จึงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
กว่าจะถึงก็คงเย็น
หลังจากนั่งหัวหมุนอยู่หลายชั่วโมงก็มาถึงครึ่งทาง
เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเปินจื่อหลาน
ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก
ๆ
แม้จะเป็นเวลาบ่ายแล้ว
และเส้นทางอีกครึ่งที่เหลือจะไม่มีหมู่บ้านอีกเลยจนถึงปลายทาง
แต่เสียงส่วนใหญ่ก็มีความเห็นว่าจะไม่กินมื้อกลางวันกันเพราะไม่ค่อยสบายนัก
พื้นที่ที่เรามานี้มีระดับความสูงถึงสามพันกว่าเมตร
สูงกว่ายอดดอยอินทนนท์เสียอีก
ความที่ไม่ชินกับความดันบรรยากาศจึงทำให้มีอาการวิงเวียนแม้จะไม่เมารถก็ตาม
เป็นอันว่ามื้อนี้คนขับรถกินแค่คนเดียว
นอกนั้นก็เข้าห้องน้ำบ้าง
อ้วกบ้าง
ห้องน้ำสาธารณะข้างทางสไตล์จีน
ขอบใจที่ไม่เก็บตังค์
จุดชมวิวระหว่างทาง
เป็นจุดที่แม่น้ำจินซาเจียงคดเคี้ยวเป็นรูปตัวโอเมกา
จึงเป็นเป้าหมายของตากล้องที่ดี
จุดที่ถ่ายภาพนี้มีช่างภาพนับสิบคนยืนเบียดกันถ่ายภาพอยู่
เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยางสภาพดี
แต่บางช่วงเป็นถนนหิน
ดูแข็งแกร่งทนทานดี
แต่ก็สะเทือนไปทั้งคัน
ที่วัดตงจู๋หลินที่เราแวะชม
เป็นวัดเก่า
ๆ
สภาพค่อนข้างโทรมและเงียบ
แต่ก็ไม่เหงาจากนักท่องเที่ยว
มีรถนักท่องเที่ยวจอดอยู่หลายคัน
เห็นพระลามะสองสามรูปเท่านั้น
เท่าที่ดู
พระลามะที่เห็นตลอดทางที่ผ่านมามีวัตรปฏิบัติแทบไม่ต่างกับคฤหัสถ์
ไม่ค่อยสำรวม
อิริยาบทที่เห็นบ่อยมากคือ
คุยโทรศัพท์มือถือ
ที่ถ่ายภาพก็เพราะสีสวยเท่านั้นเอง
ไม่ใช่เพราะศรัทธา
ก่อนถึงเมืองเต๋อชินไม่นาน
ก็ต้องผ่านสถานที่แห่งหนึ่ง
มีสถูปเล็ก
ๆ
เรียงกัน
13
องค์
สถานที่นี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงนักปีนเขาชาวญี่ปุ่น
13
คนที่มาปีนยอดเขาคาวาคาโปเมื่อหลายปีก่อน
แต่เสียชีวิตทั้งหมด
แล้วก็มาถึงเมืองเต๋อชิน
เมืองเต๋อชินเป็นเมืองเล็ก
แต่ก็จัดว่าเป็นชุมชนทันสมัยถ้าเทียบกับเมืองอื่น
ๆ
ของจีน
ร้านรวงและโรงแรมมากมาย
แต่เราไม่อยากพักเมือง
จึงขับรถเลยเมืองไปอีกสี่ห้ากิโล
เป็นบริเวณวัดเฟยไหล
เป็นชุมชนเล็ก
ๆ
แต่ยิ่งใหญ่นัก
เพราะเป็นจุดที่ชมเทือกเขาเหมยหลี่ได้ชัดเจนที่สุด
โรงแรมที่เข้าพักมีชื่อฝรั่งว่าโรงแรมลักกี้โฮเต็ล
ก็อยู่ที่เชิงผาสำหรับชมเขานี้พอดี
หน้าโรงแรมดูเหมือนหลังโรงครัว
ต้องเข้าไปข้างในจึงจะดูเหมือนโรงแรม
บริเวณนี้มีบ้านเรือนไม่มากนัก
ที่น่าห่วงใยก็คือ
ดูเหมือนจะมีโรงแรมมากกว่าบ้านคน
และโรงแรมแห่งใหม่
ๆ
ก็เกิดขึ้นเรื่อย
ๆ
กองวัสดุก่อสร้างปรากฏอยู่ทั่วทุกที่
ถ้าเป็นสักสี่ห้าปีก่อนคงจะน่าดูและสงบกว่านี้
และไม่อยากจะคิดเลยว่าหลังจากนี้อีกสี่ห้าปีที่นี่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
จากที่นี่
เมื่อมองจากเชิงผาไปข้างหน้าทางทิศตะวันตก
คือเทือกเขาเหมยหลี่อันยิ่งใหญ่
มียอดเขาคาวาคาโปที่ไม่มีใครพิชิตได้เป็นยอดที่สูงที่สุด
มีระดับความสูงถึง
6,470
เมตร
เบื้องล่างคือป่าสนที่กำลังเปลี่ยนสี
มีสีเหลืองแซมกระจัดกระจาย
เมื่อเดินทะลุเขตบ้านเรือนเข้าไปในแนวป่าพบพรรณไม้สวยงามและนกอีกหลายชนิด
อากาศเย็นยะเยือกแม้จะอยู่กลางแดด
ท้องฟ้าไม่ค่อยมีเมฆ
แต่บริเวณยอดเขาสูงในเทือกเขาเหมยหลี่ยังมีเมฆหนา
มองไม่เห็นยอด
คนในท้องที่บอกว่ายอดเขาคาวาคาโปไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นได้ง่ายนัก
เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมีเมฆปกปิดอยู่อย่างวันนี้
บางครั้งมองไม่เห็นเลยเป็นเดือน
ๆ
ต้องโชคดีจริง
ๆ
จึงจะเห็น
หวังว่าวันรุ่งขึ้นฟ้าจะเปิดให้เห็นยอดเขา
คนในย่านธิเบตคงจะชอบเล่นผีลายกันมาก
เห็นตั้งโต๊ะอยู่หลายแห่ง
โต๊ะนี้ตั้งกลางแจ้งเลยทีเดียว
1
2
3
4
5
6
7
8
เผยแพร่ : 24 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 ต.ค. 68