แชงกรีลา ลี่เจียง คุนหมิง
15-21 ตุลาคม 2548
เมื่อกลับมาแวะที่หมู่บ้านเปินจื่อหลานอีกครั้ง
ก็แวะกินข้าวกลางวันกัน คราวนี้กินข้าวกันได้เพราะอยู่ที่สูงมาสองสามวันเริ่มปรับตัวได้แล้ว แวะซื้อขนมขบเคี้ยวอีก 15 หยวน รสชาติไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง เวลาที่มาถึงนี้เป็นเวลาประมาณบ่ายโมง เห็นนักเรียนสะพายกระเป๋าเดินกลับบ้านเป็นทิวแถว วันนี้ไม่ใช่วันเรียนครึ่งวัน แต่เป็นการเดินกลับไปนอนกลางวันก่อนกลับไปเรียนอีกครั้งตอนบ่ายสองโมง
ที่นี่ไม่ใช่กวางตุ้ง สิงสาราสัตว์รวมถึงหมาตัวนี้จึงอยู่อย่างสงบสุขเยี่ยงสัตว์เลี้ยง ไม่ต้องไปอยู่บนจาน
คนท้องถิ่นบางคนก็เริ่มหันมาใส่เสื้อผ้าแบบสมัยใหม่กันแล้ว






ก่อนถึงเมืองจงเตี้ยนก็แวะที่นาพาไห่อีกครั้ง ขาออกจากจงเตี้ยนเราก็แวะถ่ายรูปทีหนึ่งแล้ว แต่ขากลับวันนี้ดูชุ่มชื้นกว่าวันก่อน เพราะมีฝนปรอยปรายมาก่อนหน้านี้ไม่นาน นาพาไห่ตอนนี้เป็นทุ่งหญ้าและไร่กสิกรรม แต่ในฤดูฝนพื้นที่ตรงนี้ทั้งหมดจะกลายเป็นทะเลสาบกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ตกเย็นถึงเมืองจงเตี้ยน ยังมีเวลาเหลือสำหรับเที่ยววัดซงจ้านหลิน วัดนี้เป็นวัดที่จำลองวังโปตาลาในลาซา ดูแล้วทำมาเพื่อการท่องเที่ยวโดยแท้ ภายในใหม่และหรูหรา นักท่องเที่ยวคับคั่ง แม้จะสวยแต่ดูปลอม
บริเวณนี้มีร้านขายของที่ระลึกหลายร้าน ที่เด่นสะดุดตาคือไม้ปัดฝุ่น ทำจากหางแย็ก และหนังสัตว์ เป็นหนังตัวอะไรก็ไม่รู้ เขาเรียกซันเป้า ดูเหมือนพวกเพียงพอนตัวโต ๆ
ไกด์สาวที่นี่แต่งตัวด้วยสีสันฉูดฉาดทุกคน แม้จะยัดไส้กางเกงยีนส์แต่ก็ยังน่าดู
ตกค่ำเรากลับไปในเมืองจงเตี้ยน เราตระเวณหาที่พัก โรงแรมจ้างตี้ที่เคยพักเต็มจึงต้องหาแห่งใหม่ ระหว่างการนั่งรถตระเวณหาจึงเป็นการชมเมืองจงเตี้ยนไปในตัว บ้านเรือนที่นี่ค่อนข้างจะโดดเด่นที่การแกะสลักไม้บานประตู และก็เช่นเคย เมืองนี้กำลังขยายอย่างรวดเร็ว มีการก่อสร้างต่อเติมทั่วทุกแห่ง กองวัสดุก่อสร้างมองเห็นได้ทุกซอย น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาเดินชมเมือง โรงแรมที่ได้พักอยู่ห่างจากแหล่งเมืองเก่า จึงหมดสิทธิ์เรื่องเดินชมเมือง ได้แต่กินแล้วก็เข้านอน
เผยแพร่ : 24 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 ต.ค. 68