นายวิมุติ บันทึกการเดินทางของนายวิมุติ โลกสีเขียว หลาน สหายลาดกระบัง

แชงกรีลา ลี่เจียง คุนหมิง

15-21 ตุลาคม 2548



17 ตุลาคม 2548


วันนี้ตื่นมาแต่เช้าเพราะหวังว่าจะมาดูเทือกเขาเหมยหลี่ แล้วสิ่งที่หวังก็เป็นความจริง ฟ้ามีเมฆเบาบาง เห็นยอดเขาได้ชัดเจน เหมยหลี่ในยามนี้งามสง่า ทรงพลัง และน่ายำเกรงยิ่งนัก และอีกไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นเขาจากทางด้านทิศตะวันออก สาดแสงเข้ามาจับยอดเขาเหมยหลี่ ยอดหิมะก็เรืองเป็นสีทองอร่ามขึ้นมาทันที ทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งตากล้องครางฮือครางฮากันระงม











หลังจากชมภูเขาอย่างจุใจแล้วก็กินบะหมี่ที่โรงแรมเป็นอาหารเช้า ปรุงรสด้วยน้ำพริกที่พกไปจากเมืองไทย อิ่มแปล้แล้วก็เดินทางต่อ ปลายทางของการเดินทางวันนี้คือ หมู่บ้านหมิงหย่ง เป้าหมายคือไปดูธารน้ำแข็ง

เส้นทางการเดินทางวันนี้ก็คล้าย ๆ แบบเดิม คือเลาะไหล่เขาคดเคี้ยวไปมา แต่เจอของแถมจากธิเบต คือ ระหว่างทางเจอภูเขาถล่ม หินจากข้างบนกลิ้งหล่นลงมาจากข้างบนเป็นสาย ส่วนใหญ่ก้อนเท่ากำปั้น บางก้อนใหญ่เท่าลูกฟุตบอล ก้อนใหญ่ที่สุดที่เห็นใหญ่เท่ากระสอบปุ๋ย ขืนโดนรถมีหวังแหลก การเดินทางจึงต้องหยุดชะงัก เสียเวลาไปเกือบชั่วโมง เมื่อพายุหินสงบแล้วก็ต้องช่วยกันเก็บกวาดก้อนหินให้พ้นเส้นทางก่อนจึงเดินทางต่อไปได้







ระหว่างทางเลียบแม่น้ำลังคังเจียง ซึ่งก็คือแม่น้ำโขงนั่นเอง


เมื่อไปถึงหมิงหย่งแล้วก็ต้องข้ามเขาขนาดย่อมไปหนึ่งลูก แต่เราไม่ต้องเดินเอง เพราะที่นี่เขามีล่อให้บริการ เราขี่ล่อไปได้สี่ห้ากิโลเมตรแล้วก็ต้องเดินต่อไปอีกราวหนึ่งกิโลเมตรจึงถึงธารน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งแห่งนี้เป็นธารขนาดเล็ก แต่ก็มีความเป็นที่สุดอยู่อย่างหนึ่งคือ เป็นธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรที่สุด เพราะปกติธารน้ำแข็งมักพบบริเวณขั้วโลก หิมะจะไหลช้า ๆ สังเกตไม่เห็น แต่ช่วงเวลาที่นั่งดูอยู่ริมธารยังเห็นการถล่มของก้อนหิมะสองสามครั้ง ส่งเสียงครึ่มครึ่มก้องหุบเขา การถล่มนี้ก็เป็นผลจากการ "ไหล" ของหิมะนั่นเอง จุดที่ยืนอยู่นี้อยู่ห่างจากธารแค่สามสี่สิบเมตรเท่านั้น ใจอยากจะลงไปเดินบนธารนั้นดู อยากจะรู้ว่ามันแข็งหรือมันนุ่มอย่างไร แต่หาช่องทางไปไม่ได้ ชันเหลือเกิน ขึนลงไปได้ก็อาจจะขึ้นไม่ได้

จะข้ามเขาไป ต้องขี่ล่อไป


























กว่าจะกลับจากธารน้ำแข็งก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมง จึงแวะกินข้าวบริเวณร้านอาหารแถว ๆ นั้น ก่อนจะกลับมาที่บริเวณวัดเฟยไหลเหมือนเดิมในตอนเย็น เข้าพักที่โรงแรมแห่งใหม่ใกล้ ๆ แห่งเดิม คืนนี้พิเศษหน่อยตรงที่มีจันทรุปราคาบางส่วนพอดี และดวงจันทร์ก็มองเห็นได้ทันทีที่เปิดประตูห้องออกมา จึงถ่ายรูปไว้เสียหลายรูปสู้อากาศหนาว จันทรุปราคาอยู่ทางตะวันออก ส่วนทางตะวันตกก็มีดาวศุกร์เด่นอยู่เหนือเทือกเขาเหมยหลี่ สำหรับคนชอบดูดาวแล้วถือว่าเป็นคืนที่พิเศษจริง 







ก่อนเข้านอนดูตำแหน่งดวงจันทร์แล้ว คาดว่า เมื่อถึงช่วงเช้ามืดดวงจันทร์จะข้ามหัวมาอยู่ที่เหนือเทือกเขาเหมยหลี่พอดี ถ้าได้รูปตอนนั้นคงจะเยี่ยม จึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้เช้ามืดเพื่อมาถ่ายรูป คืนนั้นตื่นมาดูดวงจันทร์เป็นระยะ และความหวังมอดหมดตอนก่อนรุ่งสาง ดวงจันทร์มาอยู่ที่เหนือเทือกเขาเหมยหลี่จริง ประดับยอดเขาคาวาคาโปอย่างเหมาะเจาะ แต่มีเมฆแน่นไปหมด ไม่เห็นยอดเขาแม้แต่ยอดเดียว เห็นแต่ตีนเขา ดวงจันทร์ก็มองไม่เห็น ที่รู้ว่าอยู่ตรงไหนก็โดยดูจากแสงที่ทะลุเมฆออกมารำไรเท่านั้น ว่าแล้วก็นอนต่อดีกว่า

เผยแพร่ : 24 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 ต.ค. 68