ตันปา ตั๋งหลิ่ง เฉิงตู
14-22 ต.ค. 2550
ถึงเวลาเที่ยงกว่าแล้ว
เรายังไม่ถึงครึ่งทางไปตันปาเลย ตอนนี้อยู่ที่ตำบลซินตูเฉียว แต่แทนที่จะแวะกินมื้อเที่ยงในร้านอาหาร ชุนหวี่ได้เสนอความคิดสุดวิเศษขึ้นมาว่า หาซื้อของกินในเมืองนี้ แล้วไปหาทำเลนั่งปิกนิกกินข้าวกลางแจ้งกันข้างหน้าจะดีกว่า เยี่ยมไปเลย
ของในตลาดส่วนใหญ่ก็คล้ายเมืองไทย แต่มักใหญ่กว่า พริกชิ้ฟ้ายาวเป็นคืบ หัวกะหล่ำกว้างเกือบฟุต


แต่การออกไปเดินในเมืองนี้ก็ต้องระมัดระวังพอสมควร เพราะได้รับการบอกกล่าวมาว่าที่ซินตูเฉียวนี้เคยเป็นคุกมาก่อน ชาวบ้านที่เดินตามถนนหนทางหลายคนเป็นนักโทษเก่าและยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม อาจมีการฉกชิงวิ่งราวเกิดขึ้นได้ ยิ่งเราเป็นคนต่างถิ่นสะพายกล้องเดินไปมาอย่างนี้ก็ย่อมเป็นเป้าสายตาเป็นของแน่
แต่การช็อปปิ้งก็ผ่านไปด้วยดี ตอนนี้ของกินเต็มรถ ทั้งของคาวของหวานและผลหมากรากไม้ มุ่งหน้าเดินทางต่อไป

เรื่องน่ากังวลเกี่ยวกับการคุกคามจากคนยังไม่หมด เพราะเส้นทางต่อจากซินตูเฉียวมามีการซ่อมแซมถนนเป็นบางช่วง ต้องมีการปิดถนนสับหลีกเป็นระยะ และเราได้ข้อมูลมาว่า คนงานก่อสร้างบริเวณนี้มีพฤติกรรมคุกคามผู้คน เคยมีการรีดไถและข่มขู่นักท่องเที่ยว คนงานบางคนก็เหน็บมีดอีโต้ยาวเป็นศอกให้เห็นกันชัด ๆ แม้บริเวณนี้วิวสองข้างทางจะสวยแต่ย่อมไม่ใช่ที่ที่เราจะลงไปปิกนิกแน่นอน
เจอด่าน
ภาพนี้ลงไปถ่ายในทุ่งใกล้กับจุดที่เขากำลังทำถนน พอกลับขึ้นมาจึงได้รู้ว่าตอนลงไปถ่ายก็ตกเป็นเป้าสายตาเกือบจะถูกหาเรื่องเอาเหมือนกัน เคยมีนักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปแบบนี้แล้วถูกไถเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าเสียหายที่ไปเหยียบต้นหญ้ามาแล้ว
ในที่สุดก็เจอสถานที่ที่เหมาะสม เรานั่งกินกันกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ชาวบ้านใกล้เคียงก็ใจดีให้ยืมถ้วยชามมาใช้แถมยังแบ่งชานมมาให้กินกันด้วย
กินอาหารกลางวันริมทาง บรรยากาศยอด อาหารเยี่ยม น้ำสีเหมือนนมในถ้วยนั่นเขาว่าเป็นชานม แต่ไม่มีกลิ่นรสของชาเลย รสชาติคล้ายนมแต่ออกหวานมันปะแล่ม ๆ





หลังจากนั้นก็ผ่านวัดอีกสองวัด วัดแรกคือวัดถ่ากง เป็นจุดท่องเที่ยวในแผนที่ มีรถทัวร์มาลงหลายคัน แต่เท่าที่ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ ได้แต่ยืนอยู่ข้างนอก ถ่ายวัวถ่ายหมาข้างถนนดีกว่า
วัดถ่ากง มองไปข้างในไม่มีอะไรก็เลยถ่ายแต่ภายนอก
ภาพนี้ยืนถ่ายจากเนินโล่ง ๆ นอกวัด ซึ่งเป็นมุมดีสำหรับถ่ายรูป พอเดินเข้ามาถ่ายรูปปุ๊บก็มีชาวบ้านเดินมาเก็บตังค่า "ใช้เนิน" คนละห้าหยวน
ระหว่างทางก็มีลูกเห็บตกมาด้วย เม็ดเท่าเมล็ดส้มได้
เรานั่งรถไปหยุดถ่ายรูปไป เพลินจนลืมเวลา กว่าจะถึงเมืองก็มืดค่ำ พอไปถึงก็ต้องรีบหาโรงแรมที่พักก่อน คิดว่าคงหาไม่ยากเพราะสหายเราโทรจองระหว่างทางแล้ว แต่หาเท่าไหร่ก็หาโรงแรมไม่เจอเสียที ทั้งที่เมืองเล็กนิดเดียว ต้องขับรถวนไปมาอยู่หลายรอบ พอถามชาวบ้านนั่นแหละถึงได้รู้ว่าเมืองนี้ไม่ใช่ตันปา แต่เป็นเมืองเต้าฝู่ โชเฟอร์วัยรุ่นแสนดีของเราพาเราเลี้ยวมาผิดทาง และไม่ได้ผิดไปนิดหน่อย ผิดไกลเป็นร้อยกิโลเลยทีเดียว แต่ก็ไม่มีใครตำหนิอะไร กลับหัวเราะกันคิกคัก
เวลาตอนนั้นดึกเกินกว่าจะเดินทางแล้ว จึงต้องพักที่เมืองเต้าฝู่นี่เสียเลย แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปตันปา แม้เมืองนี้ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่โรงแรมที่ไปติดต่อก็เต็มหมด โชคดีทีได้เจอเจ้าของโรงแรมใจดี บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะแบ่งพื้นที่บ้านของเขาจัดที่พักให้ก็แล้วกัน แล้วคิดถูก ๆ ในที่สุดก็ได้ที่พักเสียที
ห้องนอนในบ้านที่เจ้าของโรงแรมจัดไว้ให้พัก นอนรวมกันหกคน แต่โชเฟอร์ได้นอนในห้องเดี่ยวที่หรูกว่า
เส้นทางวันที่สอง
เผยแพร่ : 22 ต.ค. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ต.ค. 68