นายวิมุติ บันทึกการเดินทางของนายวิมุติ โลกสีเขียว หลาน สหายลาดกระบัง

หลูกูหู ลี่เจียง ซู่เหอ หู่เที่ยวเสีย คุนหมิง

9-18 เม.ย. 2551

เมษายน 2551


สงกรานต์ปีนี้ ผมหนีร้อนไปเที่ยวจีนมาครับ ไปตั้งสิบวัน ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะเที่ยวยาวขนาดนั้น แต่ตั๋วเครื่องบินมันบังคับ

คราวนี้มากันสองคนพี่น้องตามเคย ผมเห็นพี่ชายคนโตของผมค้นหาข้อมูลเที่ยวล่วงหน้ามาเป็นเดือนแล้ว ตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่าผมจะได้มาด้วย เพราะนึกว่าจะไปกับพี่ชายอีกคนนึง เพิ่งรู้ล่วงหน้าก่อนเดินทางไม่ถึงเดือนเองมั๊ง

เป้าหมายคือเมืองลี่เจียงและบริเวณใกล้เคียง มณฑลยูนนาน เมืองลี่เจียงนี้ผมเคยมาครั้งนึงแล้วเมื่อครั้งไปเที่ยวแชงกรีลา ปี 2548 แต่ครั้งนั้นได้แต่เดินในเขตเมืองเก่าลี่เจียง หลังจากกลับมาแล้วอ่านเพิ่มเติมเรื่องเกี่ยวกับลี่เจียงจากหนังสือที่ซื้อมาครั้งนั้น ก็ได้รู้ว่าบริเวณลี่เจียงยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งให้น่าค้นหา นั่นก็พาให้เรามาเยือนลี่เจียงอีกครั้งในครั้งนี้

ผมออกเดินทางจากระยองตั้งแต่บ่ายของวันที่ ตั๋วไปเมืองคุนหมิงเดินทาง 19:05 เที่ยวบิน MU-742 พอเห็นเลขเที่ยวบินก็รำลึกความหลังได้ทันที เพราะตอนที่เจอเหตุลุ้นระทึกบนเครื่องบินที่ไปเที่ยวแชงกรีลาคราวนั้นก็เลขนี้เหมือนกัน ไม่รู้เป็นลำเดียวกันหรือเปล่า

ยังไม่ทันได้เดินทางก็พบอุปสรรคแล้ว สายการบินแจ้งว่าเที่ยวบินนี้ล่าช้าเนื่องจากสภาพอากาศ เวลาขึ้นบินเลื่อนไปเป็น 22:30 เอาละซี แล้วจะทำอะไรที่สนามบินดีล่ะ ชักหิวแล้วด้วย แต่สายการบินเขาก็ชดเชยด้วยคูปองอาหารเย็นสองใบ มูลค่าแทนเงินใบละ 220 บาท

เพราะมีเวลาเหลือเฟือ จึงเดินเตร็ดเตร่ถ่ายโน่นถ่ายนี่ บริเวณห้องพักผู้โดยสาร


เราไปกินมื้อเย็นในอาคารผู้โดยสารเพราะดูจะหรูกว่าอาคารเช็คอิน เราเข้าร้านแมงโกทรีซึ่งดูเข้าท่า แต่พอกินเสร็จยังต้องจ่ายเพิ่มอีกตั้ง 520 บาท แถมข้าวยังดิบอีกต่างหาก ไม่น่าโง่เลยเรา ชาตินี้จะไม่ขอเข้าร้านนี้อีก

หลังจากนั้นอีกไม่นานเราก็รู้ว่าเวลาขึ้นบินเลื่อนออกไปอีกเป็น 23:40 เอาเข้าไป คราวนี้เจ้าหน้าที่มาพาผู้โดยสารของเที่ยวบินนี้ไปที่ห้องรับรองที่จัดไว้เฉพาะกิจนี้ ในห้องนี้มีของว่างและเครื่องดื่มเลี้ยงอย่างไม่อั้น กินเป็นอาหารหลักได้เลย เวรแท้ ๆ แล้วเราไปเข้าร้านนั้นทำไมวะเนี่ย

เวลาว่างเหลือเฟือ ทั้งที่กินมาก่อนแล้ว แต่ผมก็ยังผุดลุกผุดนั่งเติมของใส่ท้องตลอด ก็ของฟรีนี่นา กินจนยัดไม่ลงแล้วก็มานั่งหลับสัปหงกมันตรงนั้นเพื่อรอเวลาขึ้นเครื่อง



เลื่อนไปเป็น 23:40 อีก


ในห้องรับรอง


กว่าจะมาถึงคุนหมิงก็ราวตีสามตามเวลาท้องถิ่น (บ้านเขาเร็วกว่าเมืองไทย ชั่วโมง) แต่มาถึงแล้วจะไปไหนต่อก็ไม่ได้เพราะยังมืดอยู่ รถรายังไม่มีให้นั่ง ก็หลับเอาแรงที่สนามบินนั่นแหละ รอไว้เช้าแล้วค่อยเดินทาง

หลับรอเวลาที่สนามบิน ไม่มีอะไรต้องอาย เพราะมีหลายคนทำแบบเดียวกัน


พอเช้าก็รีบไปที่สถานีรถประจำทางเพื่อเดินทางต่อไปที่เมืองลี่เจียง ซึ่งจะต้องใช้เวลากันทั้งวัน การเดินทางวันนี้เราได้ประหยัดไปอีก 100 หยวน เพราะพนักงานบนรถขายตั๋วผีให้ในราคาใบละ 150 หยวนจากราคาเต็ม 200 รถออกเวลา 8:30 น. กว่าจะไปถึงเมืองลี่เจียงก็ต้องมีอุปสรรคอีก เพราะรถบัสแสนจะโปเก จอดเสียควันโขมงหลายครั้ง ความจริงไปไม่ถึงเมืองลี่เจียงเสียด้วยซ้ำ พอถึงเมือง ๆ หนึ่งที่อยู่ก่อนถึงลี่เจียงราว 40 กิโลก็ต้องเปลี่ยนรถเป็นอีกคัน กว่าจะไปถึงลี่เจียงก็เกือบหกโมงเย็น

หุบเขาไดโนเสาร์ มันคืออะไรก็ไม่รู้ ตั้งอยู่ระหว่างทางไปลี่เจียงที่เราแวะกินข้าวกลางวันกัน


ที่นี่อยู่ทางตะวันตกของจีน เวลามาตรฐานจึงเร็วกว่าเวลาดวงอาทิตย์อยู่มาก แม้จะเป็นเวลาหกโมงแต่แดดยังส่องอยู่เลย กว่าดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่ม

เรายังไม่มีแผนจะเที่ยวลี่เจียงในตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าก็ต้องนั่งรถต่อไปที่หลูกูหูแล้ว คืนนี้จึงเลือกที่พักที่โรงแรมใกล้ ๆ สถานีขนส่งเสียเลย ค่าพักแค่คืนละ 40 หยวนเท่านั้น เทียบกับสภาพแล้วถือว่าถูกมาก โรงแรมนี้อยู่ไม่ไกลจากเขตเมืองเก่าที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมากนัก

ตอนแรกตั้งใจว่าจะยังไม่เข้าเมืองเก่า แต่พอจะกินเข้าเย็นก็ต้องเข้าไปจนได้ เพราะที่หากินบริเวณใกล้เคียงไม่มี นั่งรถเมลประจำทางไม่นานก็ถึง หลังกินข้าวเย็นเสร็จ เดินชมแสงสีนิดหน่อยก็กลับ

ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิของที่นี่ อากาศกำลังสบาย ไม่หนาวมาก ตอนกลางวันใส่เสื้อยืดตัวเดียวได้ ตอนเช้าก็แค่ใส่เสื้อแขนยาวทับอีกตัวนึง แค่นี้ก็พอ

บริเวณทางไปโรงแรม ไม่บอกไม่รู้ว่ามีโรงแรมแถวนี้




เผยแพร่ : 13 ก.พ. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ต.ค. 68