นายวิมุติ บันทึกการเดินทางของนายวิมุติ โลกสีเขียว หลาน สหายลาดกระบัง

หลูกูหู ลี่เจียง ซู่เหอ หู่เที่ยวเสีย คุนหมิง

9-18 เม.ย. 2551



14 เมษายน 2551


วันนี้ตื่นเจ็ดโมง โอ้เอ้ไม่ได้ เพราะรสบัสไปหู่เที่ยวเสียที่จองไว้ออกแปดโมงครึ่ง กินมื้อเช้าที่ข้าง ๆ สถานีรถนั่นเอง ผมไม่อยากกินอะไรนัก เพราะไม่รู้ว่าเดี๋ยวบนรถบัสจะมีควันบุหรี่มากน้อยแค่ไหน กินไข่ต้มแค่สี่ลูกพอ













แถบนี้ตอนกลางคืนจะเอ็ดตะโรเหมือนอาร์ซีเอ บรรยากาศตอนเช้ากลับต่างไปราวฟ้ากับเหว










มื้อเช้าวันนี้ ไข่ต้มสี่ลูก


เมื่อขึ้นไปบนรถ ก็มีสาวจีนหน้าแฉล้มทักทายด้วยอัธยาศัยอันดี คงเห็นเพราะเราเหมือนชาวต่างชาติมั๊ง สามสาวนี้มาจากกวางตุ้ง อายุไล่ ๆ กันแค่ยี่สิบกว่า คุยกันถูกคอดีจึงตกลงว่าจะเดินทางไปด้วยกัน

แม้หู่เที่ยวเสียจะอยู่ห่างจากลี่เจียงแค่ 60 กิโล แต่ต้องนั่งรถนานถึงสามชั่วโมง กว่าจะไปถึงก็ร่วมสิบเอ็ดโมงครึ่ง ต้องเสียตั๋วคนละห้าสิบหยวนแน่ะ แพงไม่ว่า ขอให้มันสวยก็แล้วกัน



"ถ่ายภาพผมสักใบสิครับ" เด็กน้อยลูกชาวบ้านคนนี้ดูเหมือนจะพูดประโยคนี้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่ถือกล้อง













หู่เที่ยวเสีย รู้จักในหมู่ฝรั่งว่า Tiger Leaping Gorge แปลตรง ๆ ว่า ออบเสือกระโจน บางคนแปลไทยว่าหุบเขาเสือกระโจน ซึ่งไม่ถูกนัก เรียกออบเสือกระโจนดีกว่า ตรงตัวที่สุด ลักษณะของสถานที่คือหุบเขาชันหรือแคนยอนสองข้างที่ขนาบข้างแม่น้ำจินซาเจียงซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแยงซีเกียง ข้างหนึ่งของลำน้ำคือเทือกเขามังกรหยก สูงชันและยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม อีกข้างคือภูเขาฮาปา ทั้งสองเขาสูงห้าพันกว่าเมตรทั้งคู่ เส้นทางเดินอยู่ฝั่งเขาฮาปาซึ่งชันน้อยกว่าและเหมาะสำหรับชมความงามของภูเขามังกรหยกได้ถนัดตา จุดที่เขาว่าเด่นก็คือจุดที่มีก้อนหินก้อนยักษ์ขวางอยู่กลางลำน้ำ ซึ่งมีสามออบ นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่มีวิธีเที่ยวให้เลือกสองแบบ แบบแรกคือแบบทัวร์ไฮโซ แค่ลงรถบัสที่จุดจอดรถใกล้ออบแรกแล้วก็กลิ้งหลุน ๆ ไม่กี่สิบเมตรไปดูออบแรกแล้วก็ขึ้นรถกลับ อีกวิธีก็คือเดินตลอดหุบผา ซึ่งเส้นทางเดินมีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวทั่วไปใช้เวลาเดินทางถึงสองวัน โดยพักกลางทางหนึ่งคืน

เส้นทางให้เดินมีสองทาง คือสายล่าง เลียบแม่น้ำและถนน อีกสายคือสายบน หนทางลำบากหน่อยทุรกันดารเหมาะกับคนที่อยากออกเหงื่อ แน่นอนว่าเราไม่ได้เสียตั๋วมาเดินอะไรสบาย ๆ แน่ จึงเลือกเส้นบน เส้นทางเดินสองสายนี้ก็อยู่ไม่ห่างกันนัก พอมองเห็นกันลิบ 





















ระหว่างทางมีเกสต์เฮาส์เป็นระยะ










กว่าจะได้กินข้าวกลางวันก็ปาเข้าไปตั้งบ่ายสอง เหนื่อยไม่ใช่เล่น หลังอาหารกลางวันก็ออกเดินทางต่อ พอเริ่มเดินได้ไม่กี่ก้าวฝนก็เริ่มปรอยแล้ว แม้ไม่หนักมาก แต่ก็มากพอที่จะต้องงัดเอาเสื้อกันฝนออกมาใช้

อาหารมือนี้รสชาติดี คงเป็นเพราะสหายชาวจีนสั่งให้ หรือไม่ก็เพราะกำลังหิว








ออบแรกที่มีชื่อเสียงเราจะไม่ได้เห็นใกล้ชิดนัก เพราะว่าอยู่สูง แต่ก็เห็นได้ไม่ยาก และเห็นชัดพอที่จะรู้ว่าไม่มีความงามอะไรเลยสักนิด เรื่องวิวไม่คุ้มเหนื่อยก็แย่พอแล้ว แต่ที่แย่ยิ่งกว่าก็คือ ตรงจุดที่จะเดินแยกมาชะง่อนผาเมื่อชมออบนี้ กลับมีชาวบ้านมาตั้งด่านเก็บเงินค่าผ่านด่าน ซึ่งก็เห็นชัดว่าเป็นด่านเถื่อน เจอแบบนี้เข้าก็น่าหงุดหงิดเหมือนกัน

ว่ากันถึงชื่อของสถานที่ บางคนบอกว่า ครั้งหนึ่งเคยมีเสือโคร่งวิ่งหนีนายพรานมา แล้วกระโดดข้ามแม่น้ำที่ตำแหน่งนี้ จึงได้ชื่อว่าออบเสือกระโจน แต่ผมไม่เชื่อมันหรอก แหล่งท่องเที่ยวจีนมักมีเรื่องโม้ ๆ แบบนี้เยอะ ไอ้คนที่เก็บตังที่จุดนี้ก็พูดแบบนี้ ส่วนแหล่งข้อมูลอีกแห่งบอกว่า ชื่อสถานที่มาจากเสียงของสายน้ำซัดแก่งกลางลำน้ำจนก้องไปทั่วหุบเขาราวเสียงคำรามของเสือโคร่ง อันนี้ยังน่าฟังกว่า

จ่ายตั้งแปดหยวนเพื่อที่จะมาถ่ายภาพออบธรรมดาแห่งนี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีชื่อได้


เทือกเขามังกรหยกที่ยิ่งใหญ่ ณ จุดที่น่าจะได้ภาพสวยที่สุด แต่เมฆกลับบดบังยอดเขาหมดเสียนี่










ต้นอะไรก็ไม่รู้ คงเป็นพวกเดียวกับกล้วย แต่เครือชี้โด่ขึ้นฟ้า






สามสาวจากกวางตุ้ง สหายร่วมเดินทางของเราในคราวนี้




นาน ๆ ทีถึงจะมีแดดเล็ดลอดช่องเมฆมาทาบยอดเขาเป็นหย่อมให้พอกระตุ้นความหวัง แต่ความหวังก็ไม่เคยเป็นจริงเลยสักครั้ง








เราใช้เวลาเดินช่วงบ่ายประมาณสี่ชั่วโมง จนมาถึงโรงแรมฮาล์ฟเวย์ซึ่งเป็นจุดหมายของวันแรก โรงแรมนี้คงจะมีชื่อในเว็บท่องเที่ยว เพราะใคร ๆ ก็รู้จัก แขกที่แวะพักก็เป็นฝรั่งเสียครึ่งหนึ่ง









ป้ายเขียนว่า "ส้วมหนึ่งในใต้หล้า" เขาว่ามาว่าเป็นส้วมที่น่าหวาดเสียวที่สุดในโลก ขี้โม้ทั้งนั้น ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยสักนิด




มื้อเย็นเราหลบลมแรงเข้ามากินในห้องครัวซึ่งมีโต๊ะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ มื้อนี้นอกจากแก๊งกวางตุ้งกับไทยห้าคนแล้ว ยังมีฝรั่งร่วมนั่งอยู่อีกสามคน

ฝรั่งสามคนนี้ไม่ธรรมดา คนหนึ่งเป็นหนุ่มจากเยอรมัน เป็นไกด์อิสระนำเที่ยวเมืองจีน ไปมาแล้วหลายประเทศ พูดไทยได้ พูดจีนคล่อง ประสบการณ์ท่องเที่ยวกลางแจ้งโชกโชน อีกสองคนเป็นคู่สามีภรรยา คนหนึ่งเป็นสวิส อีกคนเป็นออสเตรีย คนสามีเป็นหมอฟัน ส่วนภรรยาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนโบราณของจีน ด้วยความที่ฝรั่งทั้งสามคนไม่ใช่พวกที่พูดอังกฤษเป็นภาษาแม่ การสื่อสารภาษาอังกฤษของเราจึงค่อนข้างง่ายไม่เหนื่อยหูเหมือนคุยกับพวกอังกฤษอเมริกัน

มื้อค่ำสหประชาชาติ แปดคนห้าสัญชาติ ไทย จีน เยอรมัน สวิส ออสเตรีย


เผยแพร่ : 13 ก.พ. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ต.ค. 68