บันทึกของนายวิมุติ
หลูกูหู ลี่เจียง ซู่เหอ หู่เที่ยวเสีย คุนหมิง
9-18 เม.ย. 2551
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
13
เมษายน
2551
วันนี้เป็นวันเที่ยวซู่เหออีกวัน
ช่วงเช้าตลาดขายของยังไม่เปิด
จึงดูเงียบสงบ
เช้านี้จึงเดินเที่ยวอย่างสบายอารมณ์
มื้อเช้าวันนี้
เอามันง่าย
ๆ
แบบนี้แหละ
ไอ้นี่ไม่รู้เรียกว่าอะไร
แต่อร่อยใช้ได้
บ่อน้ำสามตอน
อันเป็นวิธีการจัดการน้ำของชาวน่าซี
ก็พบได้ในซู่เหอเหมือนกัน
เส้นทางเดินชมเมืองเช้านี้ก็คล้ายเมื่อวาน
จะว่าไปก็เป็นการยากที่จะเดินไม่ให้เหมือนเพราะเป็นหมู่บ้านเล็ก
แต่วันนี้เราเล็ง
ๆ
แล้วคิดว่าขึ้นเขาไปหน่อยดีกว่า
หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ตีนเขาพอดี
ดังนั้นขึ้นเขาไปอาจจะมีมุมชมเมืองสวย
ๆ
ก็ได้
ทางขึ้นเขาก็คือตรอกที่เป็นส่วนของเส้นทางชาม้านั่นแหละ
ซู่เหอจากบนเขา
ตอนแรกนึกว่าเมืองเล็ก
ดู
ๆ
แล้วก็ใหญ่ไม่ใช่เล่น
มองไปมุมไหนก็เห็นสวนผักแทรกอยู่ทั่วไป
สบายตาจริง
ๆ
เว็ดดิ้งสตูดิโอดูจะเป็นธุรกิจที่เฟืองฟูในจีน
เพราะเห็นร้านแบบนี้หลายร้านในเมือง
และเห็นกองถ่ายหลายครั้งตามแหล่งท่องเที่ยว
อย่างซู่เหอในเช้าวันนี้ก็เห็นไม่ต่ำกว่าสามกอง
ว่าแต่ทำไมว่าที่เจ้าสาวคนนี้ไม่ยกให้มันสูงขึ้นมาหน่อยนะ
จิตกรหัวแร้ง
เป็นการวาดภาพบนแผ่นไม้ด้วยความร้อน
ไม่ต้องมีการร่างแบบ
ผลงานของเขา
มื้อกลางวันนี้เป็นร้านอาหารเสฉวน
รสชาติดีครับ
พอบ่ายก็ขี้เกียจเดินเสียแล้ว
ผมมองหาร้านเน็ตเพื่อส่งข่าวให้ทางบ้านเสียหน่อย
แต่ก็หาร้านเน็ตไม่เจอสักร้าน
จนต้องกลับมาใช้ของโรงแรมที่พักเมื่อคืน
โรงแรมเขาไม่มีให้แขกใช้หรอก
ไปขอนั่งใช้ที่เคานเตอร์เจ้าหน้าที่เอาเลย
แต่อินเทอร์เน็ตที่นี่ก็ไม่รู้เป็นอะไร
เข้าเน็ตได้
แต่เข้า
hotmail
กับ
yahoo
mail
ไม่ได้เสียอีก
หลังจากนั้นก็หารือกันว่าเอาไงดี
ไม่มีที่ให้เดินแล้ว
ว่าแล้วบ่ายโมงก็นั่งแท็กซี่กลับมาที่เมืองเก่าลี่เจียงดีกว่า
แต่ก่อนเข้าเมือง
เราไปจองตั๋วรถไปหู่เที่ยวเสียเป้าหมายของพรุ่งนี้เสียก่อน
จัตุรัสกลางเมืองที่แสนพลุกพล่านของลี่เจียง
คืนนี้เราพักในเมืองเก่านี้แหละ
ห้องพักโรงแรมนี้อยู่ใกล้จัตุรัส
เลยหอที่เก่า
ๆ
ไปหน่อย
ห้องหับเล็กแต่ก็สะดวกสบาย
เจ้าของโรงแรมเป็นกันเองดี
พอขนของเข้าห้องพักเสร็จว่าจะออกไปเดินชมเมืองเล่นเสียหน่อย
พี่ชายผมดันคุยกับคนจีนติดลม
ผมจึงแยกออกไปเดินเที่ยวคนเดียว
ผมเลือกมันซอยนึงแล้วก็เดินไปให้ไกลที่สุดเพราะอยากรู้ว่ามันไปถึงไหน
ยิ่งเดินออกมาไกลจากศูนย์กลางเมือง
ก็ยิ่งเห็นลี่เจียงในมุมมองที่แปลกไป
แถบชานเมืองเก่ามีนักท่องเที่ยวบางตา
บางซอยอาจถึงกับร้างผู้คน
ในขณะที่บ้านเรือนยังคงเป็นแบบเก่าอยู่
ประตูส่วนใหญ่ก็ปิดอยู่
อวดลวดลายสลักเสลาของบานประตูอย่างสวยงาม
ไม่มีของประดับขายนักท่องเที่ยวให้รกหูรกตา
พอเดินสุดซอยหนึ่งไปถึงเขตเมืองใหม่
ก็กลับหลังหันเข้ามากลางเมือง
แล้วก็เลือกซอยใหม่เดินต่อไป
ช่วงนี้ก็เจอพี่ชายโดยบังเอิญ
จึงเดินด้วยกันต่อ
เดินไปถึงไหนจำไม่ได้แล้ว
รู้แต่ว่าหาทางกลับโรงแรมเกือบไม่ถูก
ค่ำวันนี้เรามากินที่ร้านที่อยู่ใกล้กังหัน
ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเมืองเก่ากับเมืองใหม่
ผู้คนคับคั่ง
รสชาติใช้ได้
แต่ต้องรอนานมาก
คืนนี้เป็นคืนแรกที่ได้กินเซาเข่าสมใจนึก
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เผยแพร่ : 13 ก.พ. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ต.ค. 68