นายวิมุติ บันทึกการเดินทางของนายวิมุติ โลกสีเขียว หลาน สหายลาดกระบัง

หลูกูหู ลี่เจียง ซู่เหอ หู่เที่ยวเสีย คุนหมิง

9-18 เม.ย. 2551



15 เมษายน 2551


วันนี้ตื่นตามสบาย ไม่รีบเร่ง อากาศเมื่อคืนไม่หนาวเท่าไหร่ จะว่าไปออกจะร้อนด้วยซ้ำเพราะเครื่องทำความร้อนใต้ที่นอนค่อนข้างแรง แต่ตอนกลางคืนลมแรงมาก พัดหน้าต่างกระพือตลอดคืน เรากินอาหารเช้ากันที่ห้องในครัวกับสหายจากยุโรปเช่นเคย ผมไม่รู้จะกินอะไร และเชื่อว่าช่วงเช้าคงเดินไม่มาก จึงกินแค่ไข่ต้มสี่ฟองอย่างเมื่อวาน









กว่าจะออกเดินทางจากโรงแรมก็ปาเข้าไปเกือบสิบโมง แทบจะเป็นกลุ่มสุดท้ายในโรงแรม เส้นทางเดินวันนี้เป็นทางราบเสียสวนใหญ่ ไต่ขึ้นลงไม่มากอย่างเมื่อวาน แดดดีมาก ฟ้าใสแจ๋ว เมฆก็จับเป็นก้อน นึกแล้วน่าเสียดาย เพราะวันนี้เราก็เดินเลยจุดชมเทือกเขาหิมะมาแล้ว จึงหมดโอกาสเก็บภาพสวย 

















วันนี้เราจะได้เห็นออบที่สอง แต่ไม่ได้ดูระยะไกลอย่างออบแรก เพราะจะเดินไปดูใกล้ ๆ เลย และสิ่งหนึ่งที่ต้องเจอเหมือนเมื่อวานก็คือ ด่านเก็บเงิน ซึ่งมีถึงสามด่าน เป็นด่านเก็บเงินที่ชาวบ้านตั้งเอง เขาอ้างว่าเส้นทางเดินนี้ชาวบ้านบุกเบิกเส้นทางกันเองโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ จึงต้องมีค่าบำรุงรักษาต่างหาก ไม่เกี่ยวกับค่าผ่านด่านที่ทางการเก็บตั้งแต่ทางเข้าเมื่อวานนี้ จริงหรือเปล่าไม่รู้



















ลงไปถึงริมน้ำกันเลย













จุดเก็บตังอีกแล้ว


ดอกอะไรหว่า เท่าหัวเข็มหมุดเท่านั้นเอง




การคาดการณ์ของผมผิดพลาดขนานใหญ่ แม้เส้นทางจะไม่ชัน แต่ก็ไกลและใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะขึ้นไปถึงถนนข้างบนและเจอร้านอาหารก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมง ช่วงสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นไปถึงถนนต้องผ่านหมู่บ้านและนาข้าวบาเลย์ที่สวยงาม แต่ตอนนั้นผมไม่มีอารมณ์จะชมความงามอะไรแล้ว หิวจนตาลายมือไม้สั่น ไข่ต้มสี่ฟองนั่นใช้หมดไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้ว ผมรีบเดินผ่าน ๆ ไปเพื่อให้ถึงร้านอาหารโดยเร็วที่สุด เรากินข้าวกลางวันกันที่ร้าน ชาโต เดอ วูดดี อาหารงั้น ๆ แต่ฟาดเรียบไม่เหลือ







หลังอาหารเราพิจารณาดูแล้วว่า เส้นทางที่เหลือที่จะไปออบที่สามคงไม่น่าสนใจนัก จากข้อมูลที่ได้มาก่อนหน้านี้ว่าออบสามไม่สวยไม่เท่าสองออบแรก ซึ่งแม้แต่สองออบแรกผมก็ไม่เห็นว่าสวยตรงไหน นอกจากนี้ทางเดินที่เหลือคือการเดินริมถนนที่ไม่มีร่มเงาไม่ชวนรื่นรมย์เลยสักนิด ว่าแล้วเราก็เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ต้องเดินต่อแล้วกัน ราวสี่โมงครึ่งเราก็เหมารถกลับลี่เจียงกันเลย

กว่าจะถึงลี่เจียงก็ราวทุ่มครึ่ง เราแยกย้ายจากกลุ่มสามสาวตรงนี้ ทีนี้ต่อไปก็เหลือแต่สองหนุ่มน้อยแล้ว เราเลือกพักโรงแรมที่มาพักเมื่อวานซืนเพราะสะดวกดี แต่ห้องเขาเต็ม จึงต้องย้ายมาอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลนัก เจ้าของเดียวกัน หลังกินข้าวเย็นเสร็จแล้วก็เดินชมแสงสีในลี่เจียงกันเสียที





มีเครื่องมือทำกระดาษตั้งให้ดูด้วย


















ตู้โชว์ร้านเครื่องประดับหลายร้านจะมีรูปพระลามะรูปนี้ตั้งอยู่ด้วย ไม่ทราบความหมาย












มีกระทงให้นักท่องเที่ยวลอยด้วย สองปีก่อนมาไม่เห็นมี คงไปได้ไอเดียมาจากเมืองไทยแน่ ๆ กระทงที่นี่ทำจากโฟมที่ปั้มเป็นรูปถ้วยสองหรือสามใบมาซ้อนเหลื่อมกันให้ดูเหมือนกลีบสองชั้น เรียบง่าย แต่ไร้ซึ่งความละเมียดละไม


ตอนดึกเราเดินขึ้นมาบนเขา โดยหวังว่าจะได้ชมเมืองลี่เจียงยามค่ำคืนจากหอหวั่นกู่โหลว แต่ปรากฏว่าหอปิดประตูเสียแล้ว ได้แต่ยืนถ่ายที่หน้าประตูหอ ซึ่งมุมถ่ายก็ไม่มีเอาเสียเลย เต็มที่ได้แค่นี้แหละ


เราหลงแสงสีกันจนร่วมสี่ทุ่มจึงกลับเข้าโรงแรม ห้องใหม่นี้ใช้ได้ แต่อาบน้ำลำบาก ทำน้ำอุ่นไม่ได้ โยกขวาหน่อยก็เย็นเฉียบ โยกซ้ายนิดก็ร้อนจนหนังแทบพอง

ก่อนนอนผมตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อออกไปเดินชมบรรยากาศการใช้ชีวิตยามเช้าของชาวลี่เจียงที่ปราศจากกลิ่นอายของการท่องเที่ยวกัน คงจะได้อารมณ์อีกแบบหนึ่ง



เผยแพร่ : 13 ก.พ. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ต.ค. 68