นายวิมุติ บันทึกการเดินทางของนายวิมุติ โลกสีเขียว หลาน สหายลาดกระบัง

หลูกูหู ลี่เจียง ซู่เหอ หู่เที่ยวเสีย คุนหมิง

9-18 เม.ย. 2551



16 เมษายน 2551


เมื่อคืนตั้งใจก่อนนอนว่าจะวันนี้จะตื่นเช้า แต่เอาเข้าจริงตื่นสายตะวันโด่ง ก็ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสแก้ตัวอีกเช้านึง ช่วงครึ่งวันเช้าเราก็ได้แต่เดินชมเมืองไปเรื่อย ๆ เมืองลี่เจียงกว้างขวางใหญ่โต เดินให้ขาลากก็ไม่หมด วันนี้แดดดีอีกเช่นเคย















หอสูง ๆ ข้างบนยอดเขานั้นคือวั่นกู่โหลว จุดที่สูงที่สุดของเมืองเก่า มองเห็นได้ทั้งเมือง








ศูนย์นักท่องเที่ยว เราเดินมาพบสถานที่นี้โดยบังเอิญจึงลองเข้าไปเดินดู มีข้อมูลและภาพถ่ายหายากในอดีตของลี่เจียงมากมาย ทำให้เราเข้าใจลี่เจียงมากยิ่งขึ้น น่าเสียดายที่ข้างในเขาไม่ให้ถ่ายรูป และน่าเสียดายยิ่งกว่าที่สถานที่สำคัญอย่างนี้กลับมาตั้งอยู่ในซอกในหลืบแบบนี้ ถ้าเราไม่มาเจอคงเสียดายแย่








เราเดินมาเรื่อยจนถึงส่วนของตลาดสดที่เป็นตลาดสำหรับชาวบ้าน ไม่ใช่ตลาดสำหรับนักท่องเที่ยว ข้าวของที่นี่จึงราคาถูกกว่าที่เห็นในส่วนกลางเมือง

















ของที่นี่ทุกอย่างใหญ่หมด หัวหอมที่เห็นนี่หัวเท่ากำปั้น หัวไช้เท้ากับมะเขือม่วงดุ้นเท่าขนมปังฝรั่งเศส พริกหยวกขนาดก็พอ ๆ กับฟักทองบ้านเราลูกย่อม 


















มื้อกลางวัน เครื่องเคราพะรุงพะรัง จะเรียกว่าลวกจิ้มหรือเทลวกก็ได้ อร่อยใช้ได้






บ่อน้ำสามตอน เป็นสิ่งที่พบอยู่ทั่วไปในเมืองลี่เจียง เป็นวิธีการจัดการน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวน่าซี บ่อจะตั้งอยู่ตามตาน้ำธรรมชาติ จึงป็นแหล่งน้ำที่สะอาดเสมอ บ่อน้ำแบ่งเป็นสามตอน ตอนแรกอยู่ต้นน้ำ ใช้สำหรับดื่มกิน น้ำที่ไหลล้นจากบ่อแรกจะไหลมาลงที่บ่อตอนสองซึ่งใช้สำหรับล้างผัก ส่วนตอนที่สามน้ำสุดท้ายใช้เพื่อซักผ้าและชำระชะล้างอื่น ๆ แม้ปัจจุบันวิถีชีวิตของชาวเมืองจะเปลี่ยนเป็นชีวิตคนเมืองกันมากแล้ว ตามบ้านเรือนก็มีน้ำประปาใช้แล้ว แต่ชาวบ้านที่นี่ก็ยังใช้ประโยชน์จากบ่อนี้ตามกฎเกณฑ์ของบรรพบุรุษได้เคร่งครัดน่าทึ่ง เรานั่งสังเกตกิจวัตรของผู้คนอยู่ที่ริมบ่อนี้อยู่นานนับชั่วโมงไม่รู้เบื่อ






บ่อตอนสอง ใช้ล้างผัก


















จนถึงบ่ายสามเราเหมารถออกจากลี่เจียงอีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจไปลาซื่อไห่ เป็นบึงน้ำขนาดย่อม นั่งรถก็ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

รถที่เรานั่งนี้เป็นรถตู้ขนาดเล็ก ค่าเหมารถคนละ 40 หยวน แต่ไม่รู้เหมารถกันอีท่าไหน เพราะคนขับรถยังจอดรับผู้โดยสารคนอื่นได้ด้วย แถมไอ้พวกนี้ก็สูบบุหรี่ในรถอีก โชคดีที่ระยะทางไม่ไกลนัก แค่สิบกิโลเท่านั้น

ลาซื่อไห่เป็นบึงน้ำที่มีความสำคัญต่อเมืองลี่เจียงมากในฐานะของแหล่งปลาน้ำจืดสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพักพิงของนกของนกนานาชนิดในช่วงฤดูหนาว คนขับรถซึ่งเป็นชาวบ้านแถบนี้เล่าว่า ถ้าถึงช่วงนั้นนกจะมากจนส่งเสียงหนวกหูถึงขึ้นนอนไม่หลับเลยทีเดียว แต่ช่วงที่เรามานี้ไม่ใช่ฤดูนก จึงได้แต่ดูวิวธรรมดา













ตัวลาซื่อไห่ไม่มีอะไรให้ชมมากนัก เราจึงให้คนขับรถขับเลยบึงไปเพื่อหาวิวข้างทางเอา เราเก็บวิวข้างทางจนกระทั่งแสงหมดแล้วค่อยกลับลี่เจียง ขากลับนี้คนขับรถก็รับผู้โดยสารตามหมู่บ้านอีก แล้วไอ้พวกที่ขึ้นมานี่ก็สูบบุหรี่อีก เวรกรรมจริง ๆ ไม่รู้ชาติก่อนผมไปทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเจอะเจอไอ้เจ๊กขี้ยาพวกนี้

เมื่อกลับมาถึงลี่เจียงก็วางแผนการเที่ยวพรุ่งนี้กันเลย เป้าหมายของเราคือภูเขามังกรหยก เนื่องจากเราไม่มีข้อมูลเรื่องการเดินทางมากนัก จึงตัดสินใจซื้อแพกเก็จทัวร์ท้องถิ่น เป็นทัวร์วันเดียว คนนึงตั้ง 380 หยวน หลังจากจองทัวร์เสร็จก็เที่ยวเมืองชมแสงสีต่อจนมืดค่ำ

ชานเมืองลี่เจียง


อาหารมื้อนี้เดินข้ามไปกินที่ฝั่งที่ชิดกับเมืองใหม่ เป็นอีกมื้อที่อร่อย




คืนนี้ได้ของฝากให้ตัวเองสองเล่ม เล่มซ้ายเขียนโดย โจเซฟ ร็อก นักสำรวจคนสำคัญที่มาลี่เจียงและแชงกรี-ลาเมื่อเกือบร้อยปีก่อน เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้โลกภายนอกรู้จักลี่เจียง เนื้อหาในเล่มนี้เป็นการรวมบทความเก่าที่เขาทยอยเขียนลงในเนชันแนลจีโอกราฟิก เล่มขวาเป็นหนังสือที่พิมพ์ด้วยกระดาษตงปา เป็นหนังสือสารคดีสั้น ๆ ประกอบภาพวาดสวยงามที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับเส้นทางชา-ม้า แต่เล่มนี้มันดันเป็นภาษาจีนล้วน ไม่รู้ต้องเปิดดิกกี่ชาติจึงจะอ่านจบ


20080416-yunnan-164.jpg
ใครมาลี่เจียงแล้วจะซื้อของเครื่องประดับหรือเสื้อผ้า ต้องเดินดูตามร้านที่อยู่เชิงเขา เพราะของที่นี่ยิ่งสูงยิ่งถูก ร้านนี้ก็อยู่บนเขาเกือบถึงวั่นกู่โหลว ราคาข้าวของแถวนี้ถูกกว่าที่ขายอยู่ในร้านข้างล่างหลายเท่าตัว ผมก็เล็ง ๆ ของฝากบ้างเหมือนกัน แต่ดูยังไงก็ไม่เตะตาสักชิ้น จนในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่า ผัดไปงวดหน้าละกัน ไม่มีใครว่าอะไรหรอกมั้ง


กลับมาที่โรงแรม หลังจากพยายามจะปรับอุณหภูมิน้ำอุ่นเพื่ออาบน้ำอยู่พักใหญ่ แต่ในที่สุดก็ยอมแพ้ ซักแห้งอีกคืน

เผยแพร่ : 13 ก.พ. 68 แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ต.ค. 68